ผู้ประกาศข่าว

ผู้ประกาศข่าว

ผู้ประกาศข่าว เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ประกาศข่าวสารต่าง ๆ สู่ประชาชนผู้รับสาร ผ่านสื่อมวลชนประเภทต่างๆ คือ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ต ในปัจจุบันอาจหมายถึงผู้ดำเนินรายการประเภทข่าวและสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วย

ผู้ประกาศ เป็นอาชีพหนึ่งที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและอยากจะก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้  เพราะเป็นงานที่ทำให้มีโอกาสพบปะผู้คนหลากหลาย เป็นงานที่ท้าทาย ทำแล้วมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก และอีกนานาเหตุผล

ถ้าจะพูดถึง “ผู้ประกาศ” ในเมืองไทย กล่าวได้ว่าเป็นอาชีพที่มีมานาน ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2  เริ่มต้นพร้อมๆกับการจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์  สมัยนั้นผู้ประกาศรุ่นแรกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทางสถานีวิทยุ ท.ท.ท. และสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม(ช่อง 9 อ.ส.ม.ท.ในปัจจุบัน)  ได้แก่ นวลละออ  ทองเนื้อดี   ดาเรศ ศาตะจันทร์     เย็นจิตร สัมมาพันธ์   และ อารีย์ นักดนตรี  งานผู้ประกาศยุคนั้นต้องรับผิดชอบทั้งงานผู้ประกาศวิทยุ  โทรทัศน์ และเป็นผู้แสดงควบคู่ไปด้วย

ผู้ประกาศ….คือใคร

อันที่จริงผู้ประกาศ (announcer) เป็นคำเรียกโดยรวม หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่สื่อสารกับผู้ฟังผู้ชมผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์   นอกจากคำเรียกโดยรวมแล้วยังมีคำเรียกที่ชี้เฉพาะเจาะจงให้เห็นบทบาทหน้าที่การปฏิบัติงานที่ชัดเจน เช่น ผู้อ่านข่าว   ผู้รายงานข่าว (reporter)  ผู้ดำเนินรายการ(moderator)  พิธีกร (Master of ceremony)  ดีเจ (DJ หรือ disc jockey) เป็นต้น

ผู้ประกาศ….สำคัญอย่างไร 

ตอบได้ว่าสำคัญยิ่งต่อ ความสำเร็จของรายการและสถานี เพราะเป็นผู้ทำหน้าที่เชื่อมโยง สื่อสารโดยตรงระหว่างสถานีกับผู้ชมผู้ฟัง ขณะที่ทีมผลิตรายการคนอื่นๆ จะทำหน้าที่เตรียมงานและสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นหากทีมงานเตรียมการดีแต่ผู้ดำเนินรายการอ่อนซ้อม รายการก็ไปไม่ถึงดวงดาว

 นอกจากนี้ผู้ประกาศ ยังมีความสำคัญในการทำหน้าที่ สร้างสายสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นกับผู้ฟังผู้ชม ซึ่งถ้าตรงใจผู้ชมผู้ฟัง ก็จะสามารถตรึงเขาไว้กับรายการได้  รวมทั้งอาจจะดึงดูดให้เขากลับมาติดตามรายการต่อๆไป กลายเป็น “แฟนรายการ” และพัฒนาไปสู่ “การภักดี”(loyalty) ต่อรายการและต่อสถานี ซึ่งเป็นสิ่งที่แต่ละสถานีต้องการเป็นอย่างยิ่งในยุคที่มีการแข่งขันกันสูงเช่นในปัจจุบัน

ขณะที่ธุรกิจสื่อวิทยุและโทรทัศน์มีการแข่งขันกันสูง มีสถานีวิทยุโทรทัศน์ให้เลือกมากมาย ดังนั้น แต่ละสถานีจึงต้องมีความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นภาพลักษณ์(brand image)ของสถานี เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มย่อย(niche group) ทั้งนี้ผู้ประกาศเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ของสถานี โดยผ่านทางบุคลิกภาพ  จังหวะ ลีลา ภาษาที่ผู้ประกาศใช้  นอกเหนือจากชนิดของเพลงที่เปิด หรือรายการที่นำเสนอ เพื่อที่จะสื่อสารกับผู้ชมผู้ฟัง

ดังนั้น “ผู้ประกาศ” จึงสำคัญยิ่งด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น และด้วยความสำคัญนี้เอง ผู้ที่จะทำหน้าที่ผู้ประกาศจึงต้องมีคุณสมบัติที่จำเป็นหลายประการ เพื่อเป็นผู้ประกาศที่มีประสิทธิภาพ

คุณสมบัติที่จำเป็นในการเป็นผู้ประกาศ

ดังได้กล่าวไปแล้วว่า ผู้ประกาศต้องมีคุณสมบัติที่จำเป็นซึ่งแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ คุณสมบัติเฉพาะตัว และคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด

คุณสมบัติเฉพาะตัว

ถ้าสนใจจะเป็นผู้ประกาศต้องลองสำรวจตัวเองว่ามี คุณสมบัติเฉพาะตัวเหล่านี้หรือไม่ 

มี เสียงที่มีคุณภาพ คือการมีธรรมชาติของเสียงที่แจ่มใส ชวนฟัง ไม่สั่นเครือ หรือแหบแห้ง

มี ความสามารถในการถ่ายทอดสาร(communicate ideas)ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะงานผู้ประกาศ มีหน้าที่หลัก คือ การถ่ายทอดสารไปสู่ผู้ฟังผู้ชม  ดังนั้นถ้าขาดคุณสมบัติข้อนี้ คงยากที่จะทำหน้าที่ให้ดีได้

การถ่ายทอดสารเริ่มตั้งแต่การมีสารที่จะถ่ายทอด เมื่อมีสารแล้วก็จะต้องตีความสาร แล้วจึงนำเสนอสาร

การมีสารที่จะถ่ายทอด   พูดง่ายๆ ก็คือ มีเนื้อหาที่จะบอกกล่าวเล่าสู่ผู้ฟังผู้ชมนั่นเอง ซึ่งเนื้อหานั้นอาจจะมีผู้เตรียมการให้ในรูปของบท(script)  เมื่อได้รับบท   ก่อนจะไปนำเสนอจำเป็นต้องทำความเข้าใจในบทนั้นๆ โดยการตีความ(interpret copy)ในบทซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ  เพราะก่อนจะส่งสารถ้าเราในฐานะผู้ส่งสารไม่เข้าใจสารอย่างถ่องแท้

ทั้งในแง่ความหมาย เนื้อความ อารมณ์ของสาร อาจสื่อสารผิดพลาดได้  เมื่อตีความเข้าใจแล้วจึงนำเสนอด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น การพูดเล่า การอ่าน การบรรยาย การวิเคราะห์  การสนทนา  การสัมภาษณ์ เป็นต้น   ส่วนการนำเสนอ ต้องให้ความสำคัญกับการออกเสียงที่ถูกต้องตามอักขรวิธี  คำนึงถึงการใช้ภาษา ที่ถูกต้องตามหลักการ  มีลีลาการนำเสนอที่เหมาะสมกับรูปแบบต่างๆ

มี ความรับผิดชอบ  เนื่องจากผู้ประกาศต้องสื่อสารผ่านสื่อมวลชนไปยังผู้คนจำนวนมาก หลากหลาย จึงต้องมีความรับผิดชอบ ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนจะสื่อสาร

มี ความสามารถในการตัดสินใจ สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้ดี เพราะขณะออกอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เป็นรายการสด อาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จึงต้องมีความสามารถในการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

มี ความตรงต่อเวลา  ด้วยงานผู้ประกาศนั้นเป็นงานที่ “มีนัด”ไว้กับประชาชน ซึ่งมิอาจผัดผ่อนได้ตามใจชอบ 

มี ความเชื่อมั่นในตนเอง เพื่อเป็นพื้นฐานในการสื่อสารได้อย่างมั่นใจ  ทำให้ผู้ฟังผู้ชมเกิดความศรัทธา เชื่อถือในสารที่สื่อไปถึง

มี ความสนใจใฝ่รู้ มีความกระตือรือร้น สนใจปัญหา ข่าวคราวรอบตัว เพื่อที่จะเป็นพื้นฐานความรู้ในการเชื่อมโยงหรือถ่ายทอดสู่ผู้ฟังผู้ชมได้มี อารมณ์ดี แจ่มใส เพื่อช่วยส่งเสริมให้เสียงฟังดูรื่นหู และใบหน้า มองดูสบายตาต่อผู้ฟังผู้ชม

คุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด

ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498  ข้อ 5วรรค 2 ระบุ คุณสมบัติผู้ที่จะเป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุ หรือโทรทัศน์ไว้ดังนี้

1. มีสัญชาติไทย

2. สามารถอ่าน พูด และออกเสียงภาษาไทยได้ถูกต้อง ชัดเจน

3. ไม่เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

4. ได้รับใบรับรองการเป็นผู้ประกาศจากกรมประชาสัมพันธ์

ทั้งนี้ตามระเบียบกรมประชาสัมพันธ์ ว่าด้วยการออกใบรับรองเป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2543  ข้อ 4 กล่าวว่า

“ผู้ที่จะได้ใบรับรองเป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ต้องผ่าน

การทดสอบเป็นผู้ประกาศตามระเบียบนี้ ยกเว้นผู้ประกาศหรือเจ้าหน้าที่กระจายเสียงของ

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย  ที่ผ่าน

การทดสอบจากกรมประชาสัมพันธ์เพื่อบรรจุให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว”

ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นคุณสมบัติที่พึงมีของผู้ประกาศ คราวนี้….มาเตรียมตัวสู่เส้นทางผู้ประกาศ

เตรียมตัวสู่เส้นทางผู้ประกาศ

ถ้าพิจารณาแล้ว รักจริง หวังยึดอาชีพนี้ มีคุณสมบัติเฉพาะตัวพร้อม อย่ารีรอ สมัครเข้าทดสอบเพื่อให้ได้ใบรับรองการเป็นผู้ประกาศจากกรมประชาสัมพันธ์

การสมัครเข้าทดสอบ

1.  เริ่มต้นด้วยการยื่นคำขอ เพื่อทดสอบเป็นผู้ประกาศ โดยกรอกใบสมัครตามแบบฟอร์มที่กองงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กกช.) กำหนด  โดยมีหนังสือนำส่งจากผู้มีอำนาจส่งสอบ (สำหรับนักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์    ประธานสาขาวิชานิเทศศาสตร์คือผู้มีอำนาจส่งสอบ ) และยื่นใบสมัครพร้อมหนังสือนำส่งด้วยตนเอง ที่ฝ่ายออกใบรับรองผู้ประกาศ กรมประชาสัมพันธ์ พร้อมหลักฐาน ได้แก่ ภาพถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 ภาพ  สำเนาทะเบียนบ้าน  สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาบัตรนักศึกษา อย่างละ 1 ชุด

2.  กำหนดวัน เวลา สถานที่ทำการทดสอบ   กรมประชาสัมพันธ์จะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดวัน เวลา สถานที่ทำการทดสอบให้ผู้สมัครเข้าทดสอบทราบโดยตรง ภายใน 30 วัน หลังจากยื่นใบสมัคร และเอกสารถูกต้อง ครบถ้วน โดยจะแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน สำหรับผู้สมัครที่ไม่ไปรายงานตัว จะถูกตัดสิทธิการสอบในครั้งนั้น แต่หากถ้ารอนัดให้ไปทดสอบ นานกว่า 30 วันสามารถติดต่อได้ ที่ 02-6182323 ต่อ 1816  ในวันและเวลาราชการ

3. วันเข้าทดสอบให้นำบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมด้วยไปรษณียบัตรที่นัดสอบไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ลงทะเบียน

ทดสอบอะไร

สิ่งที่จะต้องทดสอบคือ  การปฏิบัติหน้าที่ผู้ประกาศ โดยการทดสอบเสียงอ่านชิ้นงานรูปแบบต่างๆ เช่น การอ่านข่าวในพระราชสำนัก  ข่าวต่างประเทศ นำเสนอบทความ สารคดี คำประพันธ์ ตามที่คณะกรรมการซึ่งแต่งตั้งโดยกรมประชาสัมพันธ์ให้ทำหน้าที่ทดสอบเป็นผู้กำหนด

ทดสอบอย่างไร

ในการทดสอบแต่ละครั้งจะมีคณะกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คนเป็นผู้พิจารณาการอ่านของเรา  โดยก่อนทดสอบเสียง เราจะได้มีโอกาสดูบทที่จะต้องอ่าน และมีเวลาซ้อมอ่านล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 15 นาที  สิ่งที่คณะกรรมการใช้พิจารณาได้แก่ เสียง หลักภาษา จังหวะ วรรคตอน ลีลาการอ่าน และความชัดเจนในการออกเสียง  การตัดสินผลจะถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  แต่กรณีที่เสียงเท่ากัน ประธานในการทดสอบจะเป็นผู้ชี้ขาด แต่ถ้าสอบไม่ผ่านจะทำอย่างไร   ไม่เป็นไร  ผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบมีโอกาสเข้าทดสอบใหม่ได้  โดยคณะกรรมการจะแจ้งคะแนนให้ทราบพร้อมทั้งข้อบกพร่องและคำแนะนำในการแก้ไขให้ด้วย  จากนั้นให้นำไปปรับปรุงแก้ไข เตรียมความพร้อม รอเรียกให้เข้าสอบครั้งใหม่ต่อไป